Show Posts

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - guupost

Pages: [1] 2 3 ... 7
1


ขึ้นชื่อว่า “จัดตู้เสื้อผ้า” แล้วนั้น นี่คืองานใหญ่ งานยักษ์สำหรับใครหลายคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับหนุ่ม ๆ สาวๆ สายแฟชั่นทั้งหลายที่มีเสื้อผ้ามากชิ้น อัดแน่นเต็มตู้เสื้อผ้า เมื่อถึงเวลาจัดระเบียบตู้เสื้อผ้าเมื่อไหร่ เป็นเหนื่อยก่อนได้เริ่มทุกที
เอาล่ะ เราจะไม่ปล่อยให้ตู้เสื้อผ้าของท่านรกรุงรังอีกต่อไป ลองใช้ 5 steps ต่อไปนี้ช่วย เพื่อเปลี่ยนจากงานจัดตู้เสื้อผ้าแสนยากเป็นงานง่ายในทันตา
1. คัดแยกเสื้อผ้า ทิ้งหรือบริจาค
สเต็ปแรกเพื่อเปลี่ยนตู้รกเป็นตู้เรียบร้อย คือเปิดตู้เสื้อผ้าบานเลื่อนของคุณ ขนย้ายทุกสิ่งทุกอย่างออกจากตู้ แล้วจัดการคัดแยกเสื้อผ้า เริ่มจากแยกประเภทเสื้อผ้าต่างๆ ออกเป็นหมวดหมู่ อาทิเช่น ประเภทที่ใช้ไม่บ่อย เช่นชุดสำหรับเทศกาลต่างๆ เสื้อกันหนาว ชุดว่ายน้ำ ประเภทใช้บ่อย อาทิชุดทำงาน ชุดอยู่บ้าน นอกจากนี้ หากมีชุดหรือเสื้อผ้าที่คุณไม่ใช้แล้ว อาจเพราะใส่ไม่ได้หรือไม่ชอบ ก็ได้เวลาตัดใจ แยกออกมาเพื่อทิ้ง หรือบริจาค

2. หาอุปกรณ์ช่วยจัดระเบียบ
แม้ตู้เสื้อผ้าที่นิยมใช้กันทั่วไปจะมาพร้อมราวแขวนและลิ้นชักสำหรับจัดเก็บเสื้อผ้า อย่างไรก็ดี เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยมากขึ้น ท่านสามารถใช้อุปกรณ์เสริมเพื่อการจัดระเบียบตู้ของคุณ อาทิเช่น กล่องลิ้นชัก ชั้นแขวน หรือกล่องจัดระเบียบ คุณสามารถพับหรือม้วนเสื้อผ้า แบ่งเก็บตามประเภท หรือแยกตามสีสันได้

3.จัดเก็บเสื้อผ้าที่ไม่ได้ใช้บ่อย
เสื้อผ้าที่ไม่ได้ใช้บ่อย และมีขนาดใหญ่ ได้แก่ เสื้อผ้าตามฤดูกาล ชุดกันหนาว ให้จัดเก็บในกล่องหรือถุงสุญญากาศใส่กล่อง หรือจัดเก็บในกระเป๋าเดินทางเพื่อทั้งประหยัดพื้นที่ตู้เสื้อผ้าของคุณ และเพื่อป้องกันฝุ่นและแมลงที่อาจทำให้เสื้อผ้าเหล่านี้เสียหาย

4. จัดระเบียบเสื้อผ้าใช้บ่อย
เสื้อผ้าที่ใช้บ่อย เช่น ชุดอยู่บ้าน หรือชุดทำงาน ควรจัดเก็บให้อยู่ในส่วนที่หยิบจับง่าย ดังเช่นแขวน หรือพับเป็นแนวตั้งเรียงในพื้นที่ด้านหน้าของตู้เสื้อผ้า คุณสามารถแขวนหรือจัดเรียงเสื้อผ้าให้ดูเรียบร้อยมากขึ้นด้วยเทคนิค การจัดเรียงแบบไล่สี การจัดหมวดหมู่เสื้อผ้าตามสี ช่วยให้ตู้ดูเป็นระเบียบสะอาดตา

5. จัดเก็บเสื้อผ้าและอุปกรณ์ชิ้นเล็ก
ในขั้นตอนสุดท้าย คือการจัดเก็บเสื้อผ้าและอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ เข้าตู้เสื้อผ้าของคุณ ข้าวของชิ้นเล็กๆ เช่น ชุดชั้นใน ชุดว่ายน้ำ ถุงเท้าและเครื่องประดับ ให้จัดเก็บในลิ้นชักแยกส่วนกัน คุณ ๆอาจเลือกใช้อุปกรณ์จัดเก็บเพิ่มเติมเพื่อแบ่งสันปันส่วนข้าวของเหล่านี้ให้เป็นหมวดหมู่ง่ายต่อการหยิบใช้งาน และเพื่อความเรียบร้อยดูดี

และนี่คือ 5 ขั้นตอนไม่ยุ่งยาก เพื่อการจัดระเบียบตู้เสื้อผ้าคู่ใจ ลองหาเวลาจัดระเบียบตู้เสื้อผ้าของคุณบ่อยๆ เพื่อลดปริมาณงานและเวลาในการจัดเก็บของแต่ละครั้ง นอกจากนี้ การเลือกใช้ตู้เสื้อผ้าคุณภาพดี ตู้เสื้อผ้าราคาถูก ที่มีมาตรฐาน และใช้งานได้ตรงใจ คืออีกหนึ่งขั้นตอนสำคัญในการจัดเก็บเสื้อผ้าให้ทั้งดูเรียบร้อย และช่วยยืดอายุเสื้อผ้าของคุณให้ใช้ได้ยาวนาน

สั่งซื้อสินค้าในหมวด ตู้เสื้อผ้า ได้ที่
เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ Homepro : https://www.homepro.co.th/c/FUR0104

2


ในการสร้างหรือรีโนเวทห้องน้ำ คนส่วนมากมักให้ความสำคัญและมอบความพิถีพิถันในการเลือกอ่างอาบน้ำ หรือสุขภัณฑ์ แต่นอกจากองค์ประกอบทั้งสองอย่างที่ว่ามาแล้วนั้น ในส่วนของอ่างล้างหน้า หรือเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้า ก็เป็นอีกหนึ่งส่วนที่มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่ากัน
การเลือกใช้อ่างล้างหน้าให้ถูกประเภทกับการใช้งาน ให้เข้ากับการออกแบบโดยรวมของห้องน้ำ นอกจากจะสะดวกต่อผู้ใช้งานแล้วนั้น ยังช่วยให้ภาพรวมของห้องน้ำดูดี กว้างขวาง และง่ายต่อการทำความสะอาด ว่าแล้วจึงอยากชวนคุณมาดูข้อมูลที่เราได้รวบรวมมาให้กันเสียหน่อย อ่างล้างหน้าลักษณะไหนกันนะ ที่จะเหมาะสมกับห้องน้ำของคุณ ๆ
✔️ อ่างล้างหน้าแบบฝัง: เป็นอ่างล้างหน้าที่ฝังตัวอ่างไว้ใต้เคาน์เตอร์ท็อป มีข้อดีที่ช่วยให้เคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าของคุณดูสะอาดตา กว้างขวาง ไม่มีส่วนขอบอ่าง หรือตัวอ่างตั้งขึ้นมาแบ่งพื้นที่ของเคาน์เตอร์ การติดตั้งอ่างประเภทนี้ช่วยให้สะดวกต่อการจัดสรรพื้นที่ และสะดวกต่อการทำความสะอาด อย่างไรก็ดี อ่างล้างหน้าประเภทนี้มักมีราคาแพง ติดตั้งยากกว่าอ่างล้างหน้าลักษณะอื่น จึงเป็นอ่างล้างหน้าที่เหมาะกับห้องน้ำที่ต้องการพื้นที่ใช้สอยเยอะ
✔️ อ่างล้างหน้าแบบวางบนเคาน์เตอร์: แทนที่จะใช้วิธีติดตั้งแบบฝังใต้เคาน์เตอร์ อ่างล้างหน้าประเภทนี้ใช้วิธีติดตั้งแบบวางบนเคาน์เตอร์ มีจุดดีคือคุณสามารถเลือกหาอ่างล้างหน้าดีไซน์สวยเพื่อโชว์ความทันสมัย ความหรูหราของตัวอ่าง ถือว่าเป็นหนึ่งในลูกเล่นการตกแต่งห้องน้ำที่ช่วยให้ภาพรวมดูเก๋ไก๋ นอกจากนี้ยังเป็นอ่างล้างหน้าที่เหมาะกับห้องน้ำทุกขนาด
✔️ อ่างล้างหน้าแบบฝังครึ่ง: การติดตั้งอ่างล้างหน้าแบบนี้จะมีส่วนอ่างยื่นจากเคาน์เตอร์ครึ่งหนึ่ง ส่วนอีกครึ่งจะฝังอยู่ในเคาน์เตอร์ เหมาะกับห้องน้ำที่ต้องการพื้นที่ใต้อ่างเพื่อใช้เป็นที่เก็บของ มีข้อดีคือส่วนอ่างล้างหน้าดูมีมิติ สวยงาม และเหมาะกับห้องน้ำที่มีพื้นที่จำกัด
✔️ อ่างล้างหน้าตั้งพื้น: เป็นประเภทของอ่างล้างหน้าที่พบเห็นทั่วไป มีขนาดเล็ก ไม่มีส่วนของเคาน์เตอร์ ติดตั้งได้ไม่ยาก ราคาประหยัด ทำความสะอาดง่ายๆ เหมาะกับห้องน้ำขนาดเล็ก มีจุดอ่อนที่ไม่มีพื้นที่เก็บของเพิ่มเติม และอาจทำให้มองเห็นส่วนของท่อน้ำทิ้งด้านหลังที่ไม่มีเคาน์เตอร์มาบดบัง
✔️ อ่างล้างหน้าแบบแขวนผนัง: เป็นอ่างล้างหน้าที่ได้รับความนิยมทั่วไป เนื่องมาจากมีข้อดีที่ช่วยให้ห้องน้ำดูกว้าง เหมาะสมกับห้องน้ำที่มีพื้นที่จำกัด หรือห้องน้ำที่ต้องการความโปร่งโล่ง สามารถติดตั้งง่ายเพียงติดเข้ากับผนัง

เมื่อรู้ถึงลักษณะของอ่างล้างหน้าที่เหมาะกับห้องน้ำของคุณแล้วนั้น ขั้นตอนต่อมาที่ต้องแนะนำคือให้ศึกษา ข้อมูล เลือกอ่างล้างหน้าที่มีคุณภาพ มีความทนทานเหมาะกับการใช้งานยาวนาน เช่นเลือกใช้ อ่างล้างหน้า cotto อ่างล้างหน้ายี่ห้อดัง ยอมนิยม ตัวอ่างล้างหน้าถูกออกแบบอย่างดี มีอ่างหลายขนาด ประเภท และมีดีไซน์หลากหลายให้ท่านได้เลือกชมและตัดสินใจ

เลือกซื้อสินค้าหมวด อ่างล้างหน้า ได้ที่
เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ Homepro : https://www.homepro.co.th/c/BAT01

3


ก๊อกน้ำโดยมากจะมีความสดใสแวววาวเฉพาะตัว แต่พอใช้ไปสักพัก เผลอๆ ก็มีคราบ แป้ปๆ ก็หม่นหมอง
เชื่อว่ามีหลายคนเลยที่มีปัญหาหนักอกหนักใจเกี่ยวกับเรื่องนี้กันอยู่
เพื่อช่วยเคลียร์ปัญหาหนักอกหนักใจ ลองมาอ่านบทความนี้กันสักนิด เรามีวิธีไม่ยุ่งยาก เพื่อใช้ทำความสะอาดก๊อกน้ำให้กลับมาสดใสปิ๊งปั๊งเหมือนใหม่มาฝากทุกคน
1. แช่เบคกิ้งโซดา
ถือเป็นวิธีที่เหมาะกับการใช้ทำความสะอาดก๊อกน้ำที่มีคราบหนาหนัก สามารถนำไปใช้ได้ไม่ว่ากับทั้ง ก๊อกน้ำอ่างล้างหน้า หรือก๊อกน้ำอ่างล้างจาน สำหรับวิธีนี้มีอุปกรณ์ที่ต้องเตรียมดังต่อไปนี้ คือ ถุงพลาสติก ยางรัด เบกกิ้งโซดา และน้ำส้มสายชู เมื่อได้อุปกรณ์พร้อม ให้คุณเตรียมผสมเบกกิ้งโซดา 1/3 ถ้วย เข้ากับน้ำส้มสายชู 1 ถ้วย ใช้วิธีค่อยๆ ผสมรวมกันอย่างช้าๆ แล้วคนให้ละลายเข้ากัน ต่อจากนั้นเทน้ำที่ผสมใส่ถุง นำไปครอบรอบก๊อกน้ำที่ต้องการทำความสะอาด ใช้ยางรัดไว้ให้แน่นไม่ให้น้ำไหลออก ทิ้งไว้ประมาณ 3 ชั่วโมงหรือทิ้งไว้ข้ามคืน จากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาด ลองทำดูเพียงเท่านี้ คราบหนัก คราบหนาเพียงไหน ก็สามารถกำจัดออกไปได้ (วิธีนี้สามารถใช้ได้กับอุปกรณ์ประเภทฝักบัวอาบน้ำได้ด้วยเช่นกัน)
2. ขัดด้วยมะนาว  ใสวิ๊งได้ในพริบตา
นอกจากจะราคาถูกมาก ออร์แกนิค ไม่ต้องพึ่งพาสารเคมีใด ๆ แล้ว วิธีนี้สามารถใช้ทำความสะอาดก๊อกน้ำในบ้านของท่านได้ด้วยอุปกรณ์เพียงชิ้นเดียว นั่นก็คือ “มะนาว” นั่นเอง เริ่มต้นโดยหั่นมะนาว หรือเลม่อน ออกเป็น 2 ส่วน นำมาขัดก๊อกน้ำของคุณให้ทั่ว ทิ้งไว้ประมาณ 5–10 นาที กรดจากน้ำมะนาวจะช่วยกัดกร่อนคราบสกปรกและคืนความแวววาว
3. น้ำส้มสายชูก็ช่วยได้
หากกำลังมองหาวิธีทำความสะอาดก๊อกน้ำอ่างล้างหน้า ก๊อกน้ำอ่างล้างจาน ทว่าบังเอิญไม่มีมะนาวให้ลองใช้ ก็ขอให้คุณลองเปิดตู้เก็บเครื่องปรุงทำอาหารดูเสียหน่อย ในตู้บานนั้นอาจมีอีกหนึ่งตัวช่วยเพื่อขจัดคราบบนก๊อกน้ำก็เป็นได้ ใช่แล้ว! ตัวช่วยที่ว่าก็คือ “น้ำส้มสายชู” ลองผสมน้ำส้มสายชูกับน้ำเปล่าในอัตราส่วน 1:1 จากนั้นใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำส้มสายชูที่ผสมไว้ นำมาพันไว้รอบๆ ก๊อกน้ำที่ต้องการขจัดคราบ ทิ้งไว้ข้ามคืน แล้วล้างให้สะอาด ขัดถูเพิ่มเติมด้วยฟองน้ำ เพียงเท่านี้ ก๊อกน้ำของท่านก็จะสะอาดเหมือนใหม่ ไร้คราบกวนใจ
4. แปรงสีฟัน ยาสีฟัน เพื่อการขจัดคราบ
อีกหนึ่งวิธีเบสิกขจัดคราบสกปรกบนก๊อกน้ำ ที่ใครๆ ก็ทำได้ง่ายๆ สามารถทำได้ทันที คือการตามหาแปรงสีฟันเก่าๆ มาสักด้าม บีบยาสีฟัน และทำการขัดให้ทั่ว จากนั้นล้างฟองออกด้วยน้ำสะอาด หากทำได้บ่อยๆ ก๊อกน้ำของคุณก็จะปราศจากคราบน้ำ คราบสกปรก ดูแวววาว เปล่งประกายน่าใช้ในทุก ๆ วัน

สั่งซื้อ ก๊อกน้ำ ได้ที่
Official Website : https://www.homepro.co.th/c/BAT06

4


จัดเป็นหนึ่งในงานบ้านที่นอกจากจะต้องลงแรงเยอะ ใช้เวลามาก อีกยังเป็นงานบ้านที่ผู้ทำต้องมีเคล็ดลับ หรือทักษะในระดับหนึ่ง มิเช่นนั้นอาจเกิดปัญหา รีดเท่าไหร่ผ้าก็ไม่เรียบ รีดเท่าไรเสื้อก็ยังยับยู่ยี่อยู่ดี … ว่าแล้ว เพื่อช่วยให้งานรีดผ้าของท่านทำได้ง่ายขึ้น เราขอชวนคุณเตรียมเตารีดคู่ใจ จะเป็นเตารีดไฟฟ้า เตารีดไอน้ำ หรือเตารีดไอน้ำพกพาก็แล้วแต่ แล้วลองดูเคล็ดลับการรีดผ้าเรียบ ตามนี้กันเลย
ใช้อุณหภูมิที่ถูกต้องกับประเภทของผ้า: เพราะว่าผ้าแต่ละชนิดต้องการความร้อนในการรีดให้เรียบmujแตกต่างกันไป หากท่านไม่ทราบข้อมูลเรื่องนี้ แล้วใช้ความร้อนระดับเดียวกันกับผ้าทุกๆ ชนิด นอกจากจะได้เสื้อผ้าที่รีดแล้วแต่ก็ยังดูยับยู่ยี่ เสื้อผ้าของท่านอาจเกิดความเสียหายจากความร้อนของเตารีดไอน้ำที่ปรับไว้มากหรือน้อยเกินไปก็ได้
✔️ ผ้าฝ้าย: มีคุณสมบัติที่ดูดความชื้น ระบายความร้อนได้ดี อีกทั้งยังมีความคงทนสูง ท่านสามารถปรับความร้อนสูงเพื่อรีดผ้าฝ้ายให้เรียบได้ โดยไม่ต้องห่วงว่าจะทำลายเนื้อผ้า
✔️ ผ้าลินิน: แม้ภายนอกผ้าลินินจะดูแข็ง แห้ง ทนทานกว่าผ้าฝ้าย อย่างไรก็ดีเนื้อผ้าลินินไม่ได้ทนทานความร้อนได้ดีเท่าผ้าฝ้าย การรีดผ้าลินินให้เรียบจึงต้องปรับอุณหภูมิความร้อนระดับปานกลาง รีดจากด้านใน และใช้เวลารีดนานเพื่อให้ได้ผ้าเรียบสวย
✔️ ผ้าไหม: หากคุณเลือกรีดผ้าไหมด้วยต้นเอง อย่าลืมหาผ้าขาวบางรองไว้อีกชั้น ใช้ความร้อนระดับปานกลาง เพียงเท่านี้ผ้าไหมของคุณก็จะเรียบกริ๊บ ไร้รอยยับ
✔️ ผ้าขนสัตว์ ผ้าสักหลาด และผ้าไหมพรม: แม้เนื้อผ้าชนิดเหล่านี้จะมีความหนานุ่ม อย่างไรก็ดี การรีดผ้าประเภทนี้ไม่ควรใช้ความร้อนสูง แทคติกการรีดผ้าขนสัตว์ ผ้าสักหลาด และผ้าไหมพรมควรต้องมีการพรมน้ำให้ชื้นเสียก่อนลงมือรีด หรือท่านอาจเลือกใช้เตารีดไอน้ำมีการฉีดพ่นไอน้ำ ให้ผ้าชุ่มชื้นในระหว่างทำการรีดเพื่อถนอมเนื้อผ้า

ฉีดน้ำ หรือใช้เตารีดไอน้ำสำหรับส่วนที่ยับมาก: การฉีดน้ำ หรือใช้เตารีดไอน้ำพกพา ช่วยเพิ่มความชื้นให้เนื้อผ้า ทำให้เส้นใยผ้าคลายตัวลง ให้คุณ ๆรีดได้เรียบมากยิ่งขึ้น ฉะนั้นในการรีดแต่ละครั้ง หากพบเจอส่วนที่ยับมาก อย่าลืมลองฉีดน้ำ ใช้สเปรย์รีดผ้า หรือใช้เตารีดไอน้ำเพื่อเพิ่มความชื้นแก่เนื้อผ้ารีดยากของคุณ
นอกจากนี้ การเลือกใช้เตารีดคุณภาพดีสำหรับเป็นเตารีดประจำบ้าน หรือเตารีดไอน้ำพกพาไว้ใช้ในขณะเดินทาง เตารีดยี่ห้อดังที่เป็นที่ยอมรับ อาทิ เตารีดไอน้ำ Philips ที่เพียบพร้อมด้วยฟังก์ชั่นการใช้งาน และระบบการใช้ไอน้ำช่วยรีดผ้าเรียบ ยังเป็นหนึ่งในเทคนิคที่ช่วยผ่อนแรง และเปลี่ยนงานยากอย่างการรีดผ้าให้เป็นงานง่ายขึ้นแก่คุณได้

เลือกดูสินค้าประเภท เตารีดไอน้ำ ได้ที่
เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ Homepro : https://www.homepro.co.th/c/APP0703

5


ด้วยความที่ต้องใช้งานอยู่ทุกวี่วัน และต้องเปิดปิดอยู่บ่อยๆ “หลอดไฟ” หลอดไฟ LED” ประจำบ้านก็ถึงคราวขาด เสื่อม หรือหมดอายุลง จึงเป็นเวลาที่ท่านต้องหาหลอดไฟหลอดใหม่มาเปลี่ยนกัน ว่าแต่ปัจจัยหรือข้อคำนึงอะไรบ้างนะที่ควรรู้ เพื่อการเลือกใช้หลอด led หลอดใหม่ที่พอเหมาะกับการใช้งาน ช่วยคุณ ๆประหยัดไฟ และมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน
หลอดไฟ led (Light Emitting Diode) เป็นประเภทของหลอดไฟที่ได้รับความนิยมมากที่สุดชนิดหนึ่งในปัจจุบันนี้ มีใช้กันอย่างแพร่หลายโดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมู่ครัวเรือนทั่วไป ทั้งนี้ หลอด led มีจุดดีที่ประหยัดพลังงานมาก แต่สามารถให้ความสว่างไสวได้สูงไม่แพ้หลอดไฟประเภทอื่นๆ อีกทั้งยังมีความทนทาน ใช้งานได้ยาวนาน นับเป็นทางเลือกของประเภทหลอดไฟที่มอบความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้งาน
การเลือกซื้อเลือกหาหลอดไฟ
จำนวนวัตต์: คือกำลังไฟฟ้าที่ใช้ต่อหลอดไฟหนึ่งหลอด โดยหลอดไฟแต่ละชิ้น แต่ละรุ่นจะมีจำนวนวัตต์ที่แตกต่างออกไป ซึ่งหากหลอดไฟมีค่าวัตต์ยิ่งมาก ความสว่างก็จะมากและกินไฟมากกว่าหลอดไฟที่มีกำลังวัตต์น้อย ดังนั้น ในการพิจารณาเลือกหลอดไฟตามจำนวนวัตต์ ให้คุณลองคำนึงดูก่อนเสียว่า ต้องการความสว่างมากน้อยแค่ไหนในบริเวณที่ติดตั้งหลอดไฟดังกล่าว หากเป็นเพียงพื้นที่เล็กๆ ที่ไม่ได้ต้องการความสว่างไสวมากนัก ก็อาจเลือกหลอดไฟจำนวนวัตต์ต่ำๆ แทนหลอดที่มีวัตต์สูงเพื่อประหยัดค่าไฟได้
ขั้วหลอดไฟ led: ก่อนตัดสินใจซื้อหลอดไฟหลอดใหม่ อย่าลืมสังเกตดูก่อนว่าโคมไฟที่คุณใช้ ใช้กับขั้วหลอดไฟชนิดไหนเพื่อให้มั่นใจว่าหลอดไฟหลอดใหม่ที่ซื้อมา จะสามารถใช้ได้กับโคมไฟของคุณ ซึ่งในปัจจุบันขั้วหลอดมีอยู่หลายแบบทั้ง ขั้วเกลียว ขั้วเกลียวเล็ก ขั้วเข็มและขั้วเสียบ

รูปทรงหลอดไฟ led: นอกจากเรื่องของกำลังวัตต์ และขั้วหลอดแล้วนั้น ในการพิจารณาเลือกซื้อหลอดไฟใหม่แต่ละครั้งยังมีเรื่องของ “รูปทรงหลอดไฟ” ที่ต้องคำนึงถึง รูปทรงหลอดไฟแต่ละชนิดจะให้องศาความสว่างที่แตกต่างกันไป โดยที่พบเห็นส่วนใหญ่ คือรูปทรงจำปา ให้แสงคล้ายแสงเทียน เหมาะสำหรับโคมไฟประดับที่ต้องการเพียงแสงสลัวๆ รูปทรงกลม ให้แสงสว่างองศากว้าง เหมาะสมกับใช้เป็นไฟในห้องและโคมไฟ และรูปทรงหลอดยาว ให้แสงคล้ายหลอดฟลูออเรสเซนต์หรือหลอดนีออน

สีของหลอดไฟ led: สีของหลอดไฟ หรือโทนสีของหลอด led โดยทั่วไปนั้น มีอยู่ประมาณ 3 โทนสีหลัก โดยแต่ละโทนสีจะเหมาะสมกับการใช้งานที่แตกต่างกันไป เนื่องจากให้บรรยากาศ และความสว่างที่แตกต่างกัน
✔️ สีวอร์มไวท์ (Warm white) ให้สีโทนส้ม ไม่สว่างมาก ให้ความสบายตาและความรู้สึกอบอุ่น
✔️ สีคูลไวท์ (Cool white) ให้แสงสีในทางสีขาว สว่าง สบายตา
✔️ สีเดย์ไลท์ (Day light) ให้แสงสีโทนออกขาวอมฟ้า คล้ายแสงธรรมชาติในช่วงกลางวัน

ทั้งหมดนี้คือข้อพิจารณาสำคัญเพื่อการเลือกหลอด led หลอดใหม่สำหรับบ้านเรือนของคุณ ไม่ควรพลาดพิจารณาถึงความต้องการการใช้งานให้ถี่ถ้วนก่อนตกลงใจเลือกหลอดไฟหลอดใหม่ การเลือกหลอดไฟมีโทนสีไฟ องศา รูปทรงของหลอดไฟ รวมถึงกำลังวัตต์ที่ตอบโจทย์ สามารถช่วยคุณ ๆประหยัดไฟ และช่วยยืดอายุการใช้งานออกไปได้ยาวนานยิ่งขึ้น

สั่งซื้อ หลอดไฟ ได้ที่
Official Website : https://www.homepro.co.th/c/LIG0406

6


สำหรับมนุษย์วัยทำงานส่วนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหนุ่มสาวชาวออฟฟิส พวกท่านรู้กันหรือไม่ว่าในแต่ละวันนั้น พวกท่านใช้เวลาในการนั่งติดโต๊ะ ใช้เวลากันบนเก้าอี้สำนักงาน เก้าอี้คอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน กว่า 1 ใน 3 ของวัน หรือกว่าวันละ 8 ชั่วโมง เลยทีเดียว
ฉะนั้นจะดีกว่าไหม หากเก้าอี้ทำงาน เก้าอี้คอมพิวเตอร์ ที่ท่านเลือกใช้ เป็นเก้าอี้คุณภาพดี นั่งได้สบาย ไม่ทำให้ปวดหลังหรือทำให้ต้องมีปัญหาออฟฟิสซินโดรมตามมา
วิธีการเลือกซื้อเก้าอี้ทำงาน
1. เลือกเก้าอี้ทำงานขนาดที่นั่งได้พอดีตัว
คนเราล้วนมีสรีระแตกต่างกันออกไป เก้าอี้ที่เหมาะสมจะใช้สำหรับแต่ละคนจึงไม่เหมือนกัน ฉะนั้น อย่างแรกที่ต้องคำนึงถึงในการเฟ้นหาเก้าอี้ทำงานคู่ใจ คือเรื่องของขนาดที่ใช่ที่พอดีกับรูปร่างของท่าน ไม่ควรลืมลองนั่งก่อนซื้อ เมื่อนั่งแล้วต้องแน่ใจว่ารู้สึกสบาย ขนาดของเก้าอี้นั้นต้องไม่เล็ก ไม่ใหญ่จนเกินไป
2. ส่วนต่างๆ ของเก้าอี้ทำงาน
✔️ เบาะรองนั่ง:
ส่วนของเบาะรองนั่งคือส่วนหนึ่งที่สำคัญที่สุดของเก้าอี้ทำงาน เบาะที่ดีควรรองรับสะโพกของคุณได้เต็มทุกส่วน ไม่เล็กจนทำให้รู้สึกอึดอัด หรือกว้างใหญ่เกินไปจนยากแก่การทรงตัวให้ตั้งตรง เมื่อนั่งแล้วส่วนของสะโพกและหลังล่างจะต้องแนบชิ้นติดกับพนักพิง ไม่ควรเว้นให้มีช่องว่าง เพื่อลดอาการบาดเจ็บบริเวณหลังล่าง ทั้งนี้ เบาะเก้าอี้สำนักงานที่ดีไม่ควรมีความนุ่มฟูมากนัก เนื่องจากอาจทำให้นั่งแล้วเกิดหลุมแอ่งส่งผลเสียต่อกระดูกเชิงกราน
✔️ ที่วางแขน:
เก้าอี้ทำงานที่ดีควรมีที่วางแขน เพื่อช่วยพยุงน้ำหนัก และเสริมความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้ ควรเลือกหาที่วางแขนที่สามารถปรับระดับได้เพื่อทำให้ข้อศอกอยู่ในมุมองศาที่ถูกต้องระหว่างคุณนั่งทำงานหรือใช้คอมพิวเตอร์ ทั้งนี้ ที่วางแขนควรมีพื้นที่กว้างอย่างน้อย 2 นิ้วขึ้นไป
✔️ พนักพิงหลัง:
คุณควรเลือกเก้าอี้สำนักงานที่มีพนักพิงเพื่อใช้รองรับแผ่นหลัง และป้องกันการอักเสบของกล้ามเนื้อและกระดูก พนักพิงควรมีขนาดใหญ่เพียงพอที่จะรองรับพื้นที่หลังส่วนใหญ่ได้ มีมุมเอนที่พอดีรองรับการปรับท่วงท่าและอิริยาบท ดังนี้ เมื่อนั่งแล้วควรมีส่วนโค้งนูนเพื่อช่วยรองรับส่วนเว้าของแผ่นหลัง และช่วยกระชับหลังของผู้นั่งให้นั่งได้สบาย
3. วัสดุของเก้าอี้ทำงาน
วัสดุของเก้าอี้ในส่วนของที่นั่งนั้น แบ่งออกเป็นวัสดุหุ้ม และวัสดุบุภายใน ทั้งนี้ วัสดุภายในที่นิยมใช้กันส่วนใหญ่ในบรรดาเก้าอี้สำนักงาน รุ่นยอดนิยม คือ วัสดุเมมโมรี่โฟม เป็นฟองน้ำที่สามารถยุบเข้ากับสรีระผู้นั่ง ให้นั่งได้สะดวกสบาย ไม่แข็งหรือนิ่มจนเกินไป ส่วนวัสดุภายนอก หรือส่วนที่หุ้มเบาะนั้น มีนิยมใช้กันหลากหลายประเภท ทั้งวัสดุหนังแท้ หนังสังเคราะห์ ผ้า และแบบตาข่าย ซึ่งคุณสามารถเลือกได้ตามสไตล์ที่ถูกใจ

สุดท้ายนี้ ขอฝากไว้อีกว่า แม้คุณจะได้เก้าอี้สำนักงานคู่ใจแล้วนั้น ก็ไม่ควรลืมให้ความสำคัญกับการพักผ่อนและใช้เวลาพักระหว่างการทำงาน การลุกขึ้นมายืดเหยียดกล้ามเนื้อ หรือขยับเขยื้อนร่างกาย ให้ไม่นั่งติดเก้าอี้นานมากเกินไป จะช่วยเรื่องกล้ามเนื้อเส้นเอ็นให้ไม่ยึดตึงเกินควร ดีต่อทั้งสุขภาพของคุณเองและยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน

เลือกดูสินค้าประเภท เก้าอี้คอมพิวเตอร์ ได้ที่
Website : https://www.homepro.co.th/c/FUR1004

7


เมื่อได้มองภาพการตกแต่งภายใน ภาพบ้านพักอาศัยหรืออพาร์ทเม้นท์สวยๆ ในหน้าทีวี หรือบนเว็บไซต์ บ้านเหล่านี้มักมีการออกแบบสวยงาม ตกแต่งดูดี ข้าวของบนชั้นวางของก็ดูเข้ากันดีกับตัวบ้าน หลาย ๆ ท่านก็นึกแปลกใจ ทำไมบ้านของเรานั้นจึงไม่สวยอย่างนั้นบ้าง ?
ทราบหรือไม่ว่า อุปสรรคสำคัญที่ทำให้บ้านคุณแลดูไม่สวยงามดั่งภาพบนสื่อ ก็คือเรื่องของ “ข้าวของ” ที่จัดวางรกรุงรัง จนบดบังความงามของตัวบ้านไปนั่นเอง
“ชั้นวางของ” ตัวช่วยเพื่อการจัดบ้านสวย
นอกจากวอลเปเปอร์ พื้น พรม และเฟอร์นิเจอร์แล้วนั้น องค์ประกอบ “ชั้นวางของ” หรือ ตู้โชว์ คืออีกหนึ่งส่วนสำคัญเพื่อการเนรมิตบ้านสวย
ชั้นวางของที่ดี ไม่ว่าจะเป็นชั้นวางของเหล็ก หรือชั้นวางของไม้ สามารถใช้งานเพื่อการเก็บข้าวของ และจัดวางของโชว์ ช่วยเสริมความโดดเด่น เติมลูกเล่นให้กับภาพรวมของบ้าน ถึงกระนั้นก็ตาม หากไม่ทราบเทคนิค หรือวิธีการจัดวางของบนชั้นวางของเสียแล้ว ชั้นวางของที่ควรจะเป็นมุมดึงดูดสายตา อาจกลายเป็นมุมที่ดูรกรุงรังไม่น่ามองไปเสียได้
เทคนิคการจัดวางข้าวของบนชั้นวางของ
1. ของยิ่งน้อย ยิ่งแลดูสะอาดตา
การจัดวางของให้น้อยชิ้นเข้าไว้ ย่อมทำให้ห้องดูโปร่ง สบายตามากขึ้นเท่านั้น นอกจากนี้ ควรจัดวางของแบบมีเว้นช่องไฟหรือระยะห่างระหว่างกัน เพื่อให้ชั้นวางของของคุณดูโปร่งโล่ง ไม่รกรุงรัง หรืออัดแน่นจนเกินไป

2. กล่องเก็บของ ช่วยบังสายตา
แม้เราจะบอกให้คุณ ๆควรจัดวางของให้น้อยชิ้น แต่จะทำอย่างไรดีสำหรับคนที่มีข้าวของเยอะ? สำหรับเรื่องนี้มีวิธีแก้ แค่หากล่องเก็บของแบบทึบ หรือ ภาชนะต่างๆ รูปทรงเดียวกัน โทนสีเดียวกันมาใช้เพื่อจัดเก็บของในอีกชั้นหนึ่ง แล้วจึงจัดวางกล่องเก็บของเหล่านี้ลงบนชั้นวาง แค่นี้ ชั้นวางของของท่านก็จะแลดูเรียบร้อยขึ้นทันตา นอกจากนี้การเก็บของในกล่องยังช่วยรักษาความสะอาด และร่นระยะเวลาการปัดกวาดเช็ดฝุ่นลงไปได้มาก

3. จัดวางโดยแยกประเภทของ หรือแยกโทนสี
ส่วนใครที่หาซื้อชั้นวางของเหล็ก ชั้นวางของไม้ มาไว้เพื่อตั้งใจที่จะจัดวางของสะสมสำหรับตั้งโชว์ หรือตกแต่ง อีกหนึ่งเทคนิคเพื่อการจัดวางให้ดูสวยดูดี ก็คือ การจัดวางของโชว์โดยเน้นการแยกประเภทของ หรือแยกโทนสี วางของเป็นกลุ่มๆ ตามหมวดหมู่ที่เลือกไว้ เท่านี้ คุณก็จะได้มุมโชว์ข้าวของสะสม ของตกแต่ง ที่ดูดีมีสไตล์ ไม่รกรุงรัง และแลดูน่ามองขึ้นได้ทันตา

เลือกซื้อ ชั้นวางของ ได้ที่
เว็บไซต์ : https://www.homepro.co.th/c/FUR0906

8


จริงอยู่ที่การหุงข้าวเป็นทักษะการทำอาหารเบื้องต้นที่แสนง่ายดายและใครๆ ก็สามารถทำได้ แต่ถ้าอยากให้ข้าวที่หุงด้วยหม้อหุงข้าวไฟฟ้า หรือหม้อหุงข้าวดิจิทัลออกมาเป็นข้าวสวยหอม นุ่ม อร่อยกว่าเดิมด้วยแล้วนั้น เรื่องนี้เห็นทีต้องอาศัยเคล็ดกันเสียหน่อย ว่าแล้ว ลองมาดูกันดีกว่า มีเทคนิคอย่างไร ที่จะช่วยให้ข้าวสวยที่หุงจากหม้อหุงข้าว หอม นุ่ม อร่อยน่าทานยิ่งขึ้นกว่าเดิม
1. รู้เรื่องปริมาณน้ำที่ใช้ สำหรับข้าวแต่ละชนิด
เพราะข้าวแต่ละชนิดจะต้องใช้ปริมาณน้ำแตกต่างกันไปสำหรับการหุงให้ออกมานุ่มหอมอร่อย เพราะฉะนั้น ลองดูกันเสียหน่อยว่าข้าวแต่ละชนิดต้องใช้น้ำปริมาณเท่าใดบ้างสำหรับการหุงแต่ละครั้ง
✔️ ข้าวหอมมะลิ อัตราส่วน : ข้าว 1 ถ้วย ต่อน้ำ 1.5 ถ้วย
✔️ ข้าวสีนิล อัตราส่วน :ข้าว 1 ถ้วย ต่อน้ำเลข 1 ครึ่ง (ขีดสเกลในหม้อข้าว)
✔️ ข้าวกล้อง อัตราส่วน : ข้าว 1 ถ้วย ต่อน้ำ 2 ถ้วยตวงข้าวประมาณ
ทั้งนี้ในกรณีเลือกใช้ข้าวสารเก่า ที่มีความแห้งมากกว่าข้าวใหม่ ให้เติมน้ำเพิ่มอีกเล็กน้อยข้าวจะนุ่มฟู ไม่แห้งแข็งภายหลังหุง
2. แช่ข้าวในน้ำ เพื่อเมล็ดข้าวสวยได้รูป
ภายหลังจากที่ล้างข้าวหรือซาวข้าวกันเสร็จแล้วให้แช่ข้าวในน้ำทิ้งไว้ อย่างน้อยประมาณ 1 ชั่วโมงก่อนนำไปหุงในหม้อหุงข้าวไฟฟ้า หรือหม้อหุงข้าวดิจิทัล ทั้งนี้ การแช่น้ำก็เพื่อทำให้เมล็ดข้าวดูดซึมน้ำได้ดีมากยิ่งขึ้น เมื่อหุงเสร็จจะได้เมล็ดข้าวสวยได้รูป แลดูน่ากิน
3. เติมเกลือเพิ่มความหอมให้ข้าวสวย
คุณสามารถเพิ่มความหอมให้ข้าวที่หุงได้ โดยการเติมเกลือเล็กน้อยในหม้อหุงข้าวไฟฟ้าก่อนกดหุง
4. หม้อข้าวสะอาด หมดห่วงเรื่องข้าวบูด
หากคุณเผชิญปัญหาหุงข้าวแล้วตั้งไว้ในหม้อจนบูดอยู่บ่อยๆ ให้สันนิษฐานว่าหม้อหุงข้าวที่คุณใช้นั้นไม่สะอาดเพียงพอ ให้แก้ไขได้โดยการล้างหม้อหุงข้าวใหม่ให้สะอาดเอี่ยม เริ่มต้นจากล้างด้วยน้ำยาล้างจาน แล้วจึงตั้งต้มน้ำ เติมน้ำส้มสายชูลงไปเล็กน้อย แล้วค่อย ๆ ล้างให้สะอาดอีกครั้ง เช็ดทำความสะอาดและตั้งให้แห้งในที่ที่อากาศถ่ายเท เท่านี้คุณก็จะได้หม้อข้าวสะอาดเหมือนใหม่ ไร้เชื้อโรคหรือแบคทีเรีย พร้อมใช้สำหรับหุงข้าวมื้ออร่อยอีกครั้ง
ยิ่งไปกว่านี้ เพื่อป้องกันปัญหาข้าวที่หุงไว้บูด คุณยังสามารถเลือกซื้อ เลือกใช้หม้อหุงข้าวชนิดที่เป็น หม้อหุงข้าวไฟฟ้า หรือหม้อหุงข้าวดิจิทัลได้ นอกจากจะตั้งหุงง่าย ใช้งานสะดวกสบาย หุงข้าวออกมาได้หอมอร่อย นุ่มฟู หม้อหุงข้าวเหล่านี้มักมาพร้อมระบบการอุ่นข้าว ที่คอยให้ความร้อนอยู่ตลอดเวลา ใช้รักษาคุณภาพข้าวให้ไม่บูด หอมนุ่ม พร้อมทานทุกเวลา

เลือกซื้อ หม้อหุงข้าวดิจิทัล ได้ที่
Website : https://www.homepro.co.th/c/APP0810

9


การนอนหลับไม่ได้เป็นเพียงแค่การพักผ่อน แต่เราใช้เวลาราว 1 ใน 3 ของชีวิตไปกับการนอนเพื่อเติมพลังชีวิตให้กับร่างกาย แม้กระนั้น คุณทราบหรือไม่ว่ามีผู้คนกว่า 19 ล้านคนในประเทศไทย แม้ได้ล้มตัวเอนกายลงบนที่นอนแล้ว แต่กลับพบเจอกับภาวะการนอนหลับได้ไม่เต็มที่ ทั้งปัญหาหลับยาก หรือภาวะตื่นกลางดึก เป็นการนอนที่ไม่มีประสิทธิภาพ ซึ่งท้ายที่สุดแล้วหากไม่ดำเนินการแก้ไขย่อมนำไปสู่ปัญหาสุขภาพกายและใจต่างๆ ที่จะตามมา
หนึ่งในกุญแจสำคัญเพื่อการพักผ่อนที่มีคุณภาพคือการเลือกใช้เตียงนอนที่ดี เตียงนอนจะช่วยให้ทุกๆ ส่วนสรีระร่างกายของท่านได้รับการพักผ่อนอย่างแท้จริง ในครั้งที่คุณเอนกายลงนอน
เลือกประเภทที่นอนคุณภาพเพื่อการนอนหลับพักผ่อนอย่างมีประสิทธิภาพ
ปัจจุบันมีนวัตกรรมที่นอนที่ค่อนข้างหลากหลาย ผลิตจากวัสดุมากมาย เป็นตัวเลือกสำหรับคุณ
✔️ ที่นอนยางพารา เป็นที่นอนที่ผลิตจากวัสดุธรรมชาติ สามารถใช้งานได้คงทน ยาวนาน โดยที่นอนยางพารามีข้อดีคือ ความนุ่มเด้ง เนื้อละเอียด สามารถรองรับสรีระผู้ใช้แต่ละคนได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังไม่เก็บความชื้น และมีปัญหาเรื่องไรฝุ่นน้อย ส่วนจุดอ่อนของที่นอนประเภทนี้คือเรื่องของน้ำหนัก ที่ค่อนข้างหนัก และมีราคาแพง
✔️ ที่นอนนุ่น จัดเป็นที่นอนราคาไม่แพง หาซื้อใช้ง่าย น้ำหนักเบา เหมาะสมกับการขนย้ายไปมา อย่างไรก็ดี หากใช้ที่นอนนุ่นที่ไม่ได้อัดแน่นมาอย่างดี เมื่อใช้งานไปสักพักจะเกิดหลุมแอ่ง ทำให้นอนไม่สบาย ที่นอนไม่รองรับสรีระร่างกาย ส่งผลเสียต่อการนอนหลับพักผ่อน ดังนั้น หากท่านต้องการเลือกใช้ที่นอนนุ่น ให้เลือกซื้อเลือกหาที่นอนคุณภาพดี จากแหล่งผู้ขาย ผู้ผลิตน่าเชื่อถือ
✔️ ที่นอนฟองน้ำ ที่นอนที่ใช้วัสดุสังเคราะห์ มีความนุ่มน้ำหนักเบา สามารถยก และเคลื่อนย้ายได้ง่าย มีสัมผัสคล้ายที่นอนยางพารา แต่อายุการใช้งานไม่คงทนเท่าที่นอนยาพารา
✔️ ที่นอนสปริง อีกหนึ่งประเภทที่นอนยอดนิยมที่ใช้งานกันมายาวนาน ที่นอนสปริงมีความพิเศษที่สามารถเด้งคืนตัว ไม่ทำให้ผู้ใช้งานรู้สึกกดทับ อีกทั้งยังลดเรื่องการเกิดเตียงนอนยุบตัว หรือหลุมยุบ ในปัจจุบันที่นอนสปริงแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ บอนแแนลสปริง และ พ็อคเก็ตสปริง
ขนาดของที่นอนมีผลต่อประสิทธิภาพการนอน
เพื่อการนอนหลับสบาย ที่นอนควรมีขนาดพอเหมาะกับรูปร่างและอุปนิสัยการนอนของผู้ใช้งาน ไม่ควรเป็นเตียงที่เล็กเกินไปที่จะทำให้รู้สึกอึดอัด หรือใหญ่เกินไปจนรู้สึกโล่งไม่ปลอดภัย หากเป็นคนชอบนอนกลิ้งไปกลิ้งมาหรือนอนเป็นคู่ เป็นครอบครัว ที่นอนที่มีขนาดกว้างเสียหน่อย อย่างที่นอนควีนไซส์ หรือคิงไซส์ ที่นอน 6 ฟุต น่าจะเป็นตัวเลือกที่ใช่ที่ตอบโจทย์การใช้งานสำหรับคุณ

สั่งซื้อสินค้าในหมวด ที่นอน ได้ที่
Website : https://www.homepro.co.th/c/BED03

10


ถึงแม้ว่า “เฟอร์นิเจอร์” เพื่อการจัดเก็บของ อาทิ ตู้เก็บของตู้วางของ และตู้รองเท้า จะเป็นส่วนประกอบเล็กๆ ของบ้านที่ผู้คนเป็นส่วนใหญ่มักหามาวางเสริมเติมแต่งหลังจากออกแบบบ้าน สร้าง และตกแต่งเสร็จเรียบร้อย แต่ทว่าบรรดาตู้เล็กๆ น้อย ๆ เหล่านี้กลับมีบทบาทสำคัญทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยคอยจัด ดูแลให้บ้านแลดูสวยงาม เรียบร้อยได้อยู่เสมอ
การเลือกซื้อเลือกหา เลือกใช้ ตู้เก็บของให้เหมาะสมกับการใช้งาน และเข้ากับมุมต่างๆ ของบ้าน จึงถือเป็นอีกหนึ่งขั้นตอนที่เจ้าบ้านทุกท่านต้องให้ความสำคัญ
ประเภทของตู้เก็บของ
⭐️ ตู้เก็บของแบบลิ้นชัก และแบบบานพับ:  สำหรับตู้เก็บของแบบลิ้นชักและแบบบานพับนั้นสามารถพบเห็นส่วนใหญ่ในบ้านเรือน และออฟฟิสทั่วไป เป็นประเภทของตู้ที่ได้รับความนิยม เหตุเพราะมีความสะดวกสบายในการใช้และค้นหาของต่าง ๆ ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบตู้เก็บของแบบลิ้นชัก และแบบบานพับ จะพบว่าตู้เก็บของลิ้นชักจะมอบความสะดวกสบายในการใช้งานได้มากกว่า สามารถใช้บรรจุของได้จำนวนเยอะ สามารถแบ่งย่อยเป็นสัดส่วนด้วยที่ช่องแบ่งของ ช่วยให้การเก็บข้าวของและการหาของเมื่อต้องการใช้ทำได้ง่ายกว่า

ถึงอย่างไร ตู้เก็บของทั้ง 2 ประเภท ล้วนมีข้อดีที่ มีตัวเลือกมากมาย หลายรุ่น ดีไซน์ และมีตัวเลือกของวัสดุที่ใช้ผลิตค่อนข้างหลากหลาย ผู้เลือกซื้อสามารถเลือกซื้อเลือกหาตู้เก็บของ ตู้วางของตามสไตล์และรูปแบบการใช้งานได้ตามต้องการ
⭐️ ตู้เก็บของแบบแขวนผนัง: ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกด้านการเก็บของและการตกแต่ง ตู้เก็บของชนิดแขวนผนังมักมีดีไซน์สวย เมื่อติดตั้งจะช่วยให้ห้องแลดูดี ดูเรียบหรู และมีประโยชน์เรื่องการประหยัดพื้นที่จัดวางเฟอร์นิเจอร์ อย่างไรก็ดี การเลือกตู้เก็บของแบบแขวนต้องคำนึงถึงน้ำหนักที่ตู้สามารถรองรับได้ เพราะมิเช่นนั้นอาจหนักเกินไปจนเกิดเป็นอันตรายและความเสียหาย การเลือกตู้เก็บของ หรือตู้วางของ
⭐️ พิจารณาจากน้ำหนัก — ในการเลือกตู้เก็บของแต่ละครั้ง ประการแรกที่ต้องคิดถึงคือเรื่องของโจทย์การใช้งาน โดยเฉพาะประเภทของสิ่งของที่คุณ ๆต้องการนำมาเก็บหรือจัดวาง ก็เพราะว่าตู้วางของแต่ละรุ่น แต่ละประเภทจะมีข้อจำกัดด้านการรับน้ำหนักอยู่ ต้องไม่ลืมพิจารณาเรื่องโครงสร้างของตู้ว่าจะสามารถใช้ได้อย่างทนทานและมีประสิทธิภาพหรือไม่
⭐️ พิจารณาจากลักษณะการใช้งาน— ในท้องตลาดปัจจุบันมีตู้เก็บของอเนกประสงค์ที่วางขายเข้ากับลักษณะการใช้งานแต่ละประเภทไว้โดยเฉพาะเจาะจง เช่น ตู้เก็บแผ่นซีดี ตู้โชว์ของ ตู้วางของ รวมไปถึงตู้เก็บรองเท้า การเลือกซื้อ หาซื้อตู้ที่สามารถใช้งานได้ตรงกับโจทย์การเก็บของช่วยให้คุณแน่ใจได้ว่าตู้ที่เลือกซื้อสามารถรองรับน้ำหนักที่ต้องการ มีการออกแบบช่องเก็บของ จัดแบ่งเป็นสัดส่วนสำหรับของที่คุณ ๆต้องการเก็บไว้แล้วเป็นอย่างดี ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยมอบความสะดวกสบายต่อการใช้งานให้คุณได้

เลือกซื้อ ตู้เก็บของ ได้ที่
Official Website : https://www.homepro.co.th/c/FUR0902

11


ด้วยเหตุว่าน้ำที่เราต้องใช้เพื่อการอุปโภคและบริโภคต้องเป็นน้ำสะอาดเพื่อสุขภาวะที่ดีของสมาชิกทุกคนในบ้าน อย่างไรก็ดี การเข้าถึงน้ำสะอาดในปัจจุบันค่อนข้างทำได้ยาก เหตุเพราะเพียงการใช้น้ำประปาหรือน้ำบาดาล ก็อาจยังเจอสิ่งเจือปนสกปรก อีกทั้งยังมีปัญหาภัยแล้ง หรือน้ำประปาเค็มที่ทำให้เรามิอาจใช้น้ำเพื่อตอบสนองความต้องการได้
หลาย ๆ คนจึงหันมาพึ่งพาตัวช่วยสำคัญอย่าง “เครื่องกรองน้ำ” ” ไม่ว่าเครื่องกรองน้ำดื่ม หรือเครื่องกรองน้ำใช้ เพื่อขจัดสิ่งปนเปื้อนที่มากับน้ำดื่ม ให้ได้น้ำสะอาดปลอดภัยต่อการใช้งานและดื่มกินในครัวเรือน
รู้จักเครื่องกรองน้ำ
หากท่านคิดหาเครื่องกรองน้ำเพื่อใช้ติดตั้งในครัวเรือน เครื่องกรองน้ำดื่ม และเครื่องกรองน้ำใช้ในปัจจุบันที่วางขายกันอยู่ ถูกแบ่งออกเป็น 3 ประเภทด้วยกัน ได้แก่
✔️ เครื่องกรองน้ำ RO (Reverse Osmosis): เป็นเครื่องกรองน้ำที่สามารถขจัดสิ่งเจือปนในน้ำออกไปได้จนหมดสิ้น พูดได้ว่าสามารถมอบน้ำที่มีความบริสุทธิ์ได้มากที่สุดในบรรดาประเภทเครื่องกรองน้ำทั้งหลาย อย่างไรก็ดี เครื่องกรองน้ำประเภท RO อาจมีข้อเสียที่กรองเอาวิตามินแร่ธาตุในน้ำซึ่งจำเป็นต่อร่างกายออกไป อีกทั้งยังมีราคาแพง และการดูแลรักษาค่อนข้างยาก
✔️ เครื่องกรองน้ำ UV (Ultra Violet): เครื่องกรองน้ำ UV มีความโดดเด่นที่มีการใช้ระบบรังสีอัลตราไวโอเลตเข้ามาฆ่าเชื้อโรค สามารถช่วยกรองและกำจัดสิ่งปนเปื้อนออกไปได้ โดยไม่ขจัดเอาแร่ธาตุวิตามินออกไปจนหมดสิ้นอย่างเครื่องกรองน้ำประเภท RO นอกจากนี้ เครื่องกรองน้ำ UV ยังได้รับความนิยมเพราะมีราคาไม่แพง กรองน้ำได้รวดเร็ว ผู้ใช้สามารถทำความสะอาด เปลี่ยนไส้กรองเองได้โดยง่าย
✔️ เครื่องกรองน้ำ UF (Ultra Filtration): ได้รับการพัฒนามาจากเครื่องกรองน้ำ UV สำหรับเครื่องกรองน้ำระบบ UF โดยเครื่องกรองน้ำประเภทนี้จะมีระบบการกรอง 4-5 ขั้นตอน เพิ่มการกรองชั้นเส้นใยสังเคราะห์เข้ามาเพื่อใช้กำจัดแบคทีเรียโดยเฉพาะ สามารถกำจัดสิ่งแปลกปลอม ไม่พึงประสงค์ออกไปได้ อย่างไรก็ดี เครื่องกรองน้ำ UF ยังมีข้อจำกัดที่ไม่สามารถใช้ได้กับระบบน้ำบาดาล และผู้ใช้จะต้องทำความสะอาดเครื่องกรองน้ำประเภทนี้บ่อยกว่าเครื่องกรองน้ำประเภทอื่น ๆ

ประโยชน์ของการใช้เครื่องกรองน้ำ
นอกจากเครื่องกรองน้ำจะมอบคุณประโยชน์ดีๆ ให้น้ำสะอาดไร้สิ่งสกปรกเจือปนแล้วนั้น เครื่องกรองน้ำดื่ม เครื่องกรองน้ำใช้ ที่คุณเลือกติดตั้งยังมีประโยชน์ในมุมอื่นๆ เช่น ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย ค่าหาซื้อน้ำดื่ม สามารถช่วยเรื่องสิ่งแวดล้อม ลดมลภาวะและขยะพลาสติกที่อาจเกิด อีกทั้งยังช่วยให้ผู้อยู่อาศัยในบ้านมั่นใจได้ว่าน้ำที่ใช้ดื่มและอุปโภคเป็นน้ำสะอาดปลอดภัย ที่จะไม่ส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาวจากการได้รับสิ่งเจือปนเข้าสู่ร่างกาย

สั่งซื้อ เครื่องกรองน้ำ ได้ที่
Website : https://www.homepro.co.th/c/KIT09

12


ทราบหรือไม่ว่าในทางฮวงจุ้ยนั้น “ประตูบ้าน” เปรียบเสมือนด่านแรกของการเข้าสู่บ้าน เป็นต้นทางของการรับพลังงานดีๆ จากภายนอกเข้าสู่ภายในบ้าน
ในการติดตั้งประตูแต่ละครั้ง ทั้งประตูบานพับ หรือประตูบานเลื่อน จึงมีหลายปัจจัยที่ต้องพิจารณาถึง นอกเหนือไปจากเรื่องความสวยความงาม ฟังก์ชั่นการใช้งาน เรื่องการติดตั้งประตูให้ถูกทิศทาง และถูกต้องตามหลักฮวงจุ้ย ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่เจ้าบ้านต้องให้ความสำคัญ
หลักฮวงจุ้ยเกี่ยวกับการติดตั้งประตู ที่คุณต้องรู้
ตำแหน่งของประตู — ไม่ว่าท่านจะเลือกติดตั้งประตูชนิดใด ประตูทั่วไป หรือประตูอัตโนมัติก็ตามที เรื่อง “ตำแหน่ง” ของการติดตั้งนั้นมีส่วนสำคัญในทางฮวงจุ้ย ตำแหน่งที่ดีย่อมนำพลังงานด้านบวกเข้าสู่บ้าน ในขณะที่การติดตั้งประตูในตำแหน่งต้องห้ามจะนำสิ่งเลวร้ายเข้าสู่บ้านและควรหลีกเลี่ยงเป็นอย่างยิ่ง
โดยตำแหน่งต้องห้ามที่ไม่ควรติดตั้งประตูเลยก็ได้แก่ ตำแหน่งที่อยู่ตรงข้ามกับประตูของเพื่อนบ้านด้านหน้า ทั้งนี้เพราะจะส่งผลให้เกิดข้อวิวาท รู้สึกไม่สงบ ส่วนตัว และไม่ควรอยู่ในตำแหน่งที่ตรงกับประตูรั้วบ้านพอดี เพราะว่าจะทำให้เกิดพลังงานในลักษณะพุ่งเข้าสู่ตัวบ้านที่แรงเกินพอดี นอกจากนี้ ตำแหน่งของประตูบ้านที่ดีไม่ควรอยู่ตรงกับเสาไฟฟ้าซึ่งถือเป็นพลังงานลบจะส่งผลไม่ดีต่อผู้อยู่อาศัย
ขนาดของประตู — บ้านที่ดี ว่ากันว่าจะต้องเป็นบ้านที่มีขนาดประตูบ้านกว้างเหมาะสม เปิดโล่ง และสูงโปร่ง เพื่ออ้ารับพลังงานดีๆ เข้ามาในบ้าน และขนาดของประตูหน้าบ้านควรมีขนาดใหญ่กว่าประตูหลังบ้าน เนื่องจากว่าเป็นที่เชื่อกันว่าจะสามารถเก็บทรัพย์สินเงินทองไว้ในบ้านได้ ไม่รั่วไหล
พื้นที่บริเวณประตู — สำหรับประตูหน้าบ้านนั้น ควรจัดพื้นบริเวณหน้าบ้าน อาทิโถงเข้าบ้าน ให้ดูโปร่งโล่ง และสะอาดสะอ้าน เพื่อเปิดรับพลังงานมงคลเข้าสู่ภายใน และเมื่อเปิดประตู หรือเลื่อนประตูบานเลื่อนผ่านเข้ามาในบริเวณบ้านแล้ว พื้นที่หลังประตูหลักของบ้านควรโปรงโล่ง เช่นเดียวกัน ไม่ควรมีสิ่งของตั้งเกะกะขวางทางเดิน และควรมีไฟส่องสว่าง เชื่อกันว่าจะเป็นตัวปิดกั้นพลังงานชี่ และในทางความเป็นจริงคืออาจส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุต่อผู้อยู่อาศัยกรณีใช้งานยามค่ำคืนได้นั่นเอง พื้นที่บริเวณประตู้จึงควรโล่ง สะอาด
การใช้งานประตู — นอกจากเรื่องการติดตั้งประตูที่เกี่ยวกับหลักฮวงจุ้ยแล้วนั้น เรื่องความเชื่อเกี่ยวกับการใช้งานประตูเพื่อสร้างความเป็นสิริมงคลแก่บ้านก็มีกล่าวไว้อยู่ด้วยเช่นกัน โดยทางตำราฮวงจุ้ยนั้นได้ระบุว่า บ้านที่ดีจะต้องมีการใช้งานประตูอย่างสม่ำเสมอ ทั้งนี้เพราะหากปิดไว้อยู่ตลอด ประตูย่อมไม่ได้ทำหน้าที่อะไรต่างกับผนังทึบซึ่งไม่สามารถเปิดรับพลังงานดีๆ เข้ามาได้ ดังนั้นจึงควรเปิดประตูใช้งานให้บ่อย นอกจากจะเป็นการได้ทำตามตำราหลักฮวงจุ้ยได้แล้วนั้น การเปิดประตูบ้าน หรือใช้งานประตูบานเลื่อนเป็นประจำยังช่วยเรื่องอากาศถ่ายเท รับลมเข้าสู่ตัวบ้าน ช่วยสร้างความสดชื่นให้กับผู้อยู่อาศัยได้

เลือกซื้อ ประตูบ้าน หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
Official Website : https://www.homepro.co.th/c/DOW03

13


“ปั๊มน้ำ หรือ ปั๊มน้ำอัตโนมัติ” คือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้กันมากสำหรับบ้านพักอาศัยและอาคารทั่ว ๆ ไป เป็นหนึ่งในอุปกรณ์จำเป็นคู่ทุกครัวเรือนที่มีความสำคัญไม่น้อย คอยทำหน้าที่เพิ่มแรงดันน้ำ ผลักดันน้ำจากจุดหนึ่งไปสู่อีกจุดหนึ่ง ช่วยทำให้ระบบน้ำมีความสเถียร ให้ผู้อยู่อาศัยในบ้าน หรืออาคารสามารถใช้งานน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคในครอบครัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีความสม่ำเสมอ
ประเภทของปั๊มน้ำ
หากจะพิจารณาว่าควรเลือกติดตั้งปั๊มน้ำประเภทไหนดี ก็ควรต้องเริ่มต้นพิจารณาจากลักษณะของปั๊มน้ำแต่ละประเภทกันเสียก่อน เนื่องด้วยปั๊มน้ำแต่ละประเภทนั้นตอบโจทย์การใช้งานแตกต่างกันไป ทั้งนี้ ในปัจจุบันปั๊มน้ำ แบ่งตามลักษณะการทำงานออกเป็น 4 แบบ
1. ปั๊มน้ำอัตโนมัติ: พบเห็นทั่วไปตามครัวเรือน ทำงานโดยการเปิดปิดอัตโนมัติตามการใช้งานของอุปกรณ์ใช้น้ำ ได้แก่ หากมีการเปิดก๊อกน้ำ ณ ที่ใดที่หนึ่ง ตัวปั๊มก็จะส่งน้ำไปตามจุดดังกล่าวได้ทันที ในปัจจุบันปั๊มน้ำอัตโนมัติยังแบ่งออกเป็นอีก 3 ประเภทย่อย ๆ เช่น
-ปั๊มน้ำแรงดันสูง หรือ ปั๊มน้ำถังกลม
-ปั๊มน้ำแรงดันคงที่ หรือ ปั๊มน้ำถังเหลี่ยม
-ปั๊มน้ำแรงดันคงที่อินเวอร์เตอร์

2. ปั๊มน้ำกึ่งอัตโนมัติ: มีลักษณะการทำงานคล้ายกับปั๊มน้ำอัตโนมัติ แต่ไม่อาจเปิดปิดเองได้ตามการใช้งานของอุปกรณ์น้ำ โดยผู้ใช้ยังต้องคอยเปิด ปิดสวิตช์เอง

3. ปั๊มหอยโข่ง: เป็นปั๊มน้ำที่จะดึงน้ำเก็บใส่ถังไว้รองรับการใช้งาน เป็นปั๊มที่สามารถสูบหรือดึงน้ำได้ในปริมาณมาก และมีแรงดันสูง สามารถทำงานได้ต่อเนื่องยาวนาน นิยมใช้ตามบ้านเรือน ภาคเกษตรกรรม และอุตสาหกรรม มีราคาไม่แพงและดูแลรักษาง่ายๆ

4. ปั๊มจุ่มหรือปั๊มแช่: หรือที่หลายท่าน รู้จักกันในชื่อ “ไดโว่” สามารถสูบน้ำได้ในปริมาณมาก โดยความแรงของระบบการดึงน้ำจะขึ้นอยู่กับกำลังวัตต์ของเครื่องปั๊มน้ำที่เลือกใช้

ปัจจัยการเลือกปั๊มน้ำ
นอกจากเลือกประเภทปั๊มน้ำให้พอเหมาะกับการใช้งาน ราคาปั๊มน้ำที่อยู่ในงบประมาณที่วางไว้แล้วนั้น ปัจจัยอื่นๆ ที่ต้องพิจารณาก่อนการตัดสินใจเลือกซื้อเลือกหาปั๊มน้ำนั้นได้แก่
✔️ ขนาดและประเภทของครัวเรือน: บ้านที่มีจำนวนชั้น ดังเช่น บ้านชั้นเดียว บ้าน 2 ชั้นขึ้นไป ย่อมมีความต้องการใช้เครื่องปั๊มน้ำในขนาดที่แตกต่างกัน อาทิเช่น บ้านที่มีความสูง 2 ชั้น ที่ใช้น้ำพร้อมกันไม่เกิน 2 จุด สามารถเลือกใช้เครื่องปั๊มน้ำ ขนาด 100 วัตต์ได้ ในขณะที่บ้านที่มีความสูง 3 ชั้น ที่ใช้น้ำพร้อมกันไม่เกิน 2 จุด มีการติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่น ควรเลือกปั๊มน้ำขนาด 200 วัตต์
✔️ ยี่ห้อและการให้บริการ: ยี่ห้อที่ฟังดูมีคุณภาพและเป็นที่ยอมรับ ย่อมสามารถการันตีได้ถึงคุณภาพของเครื่องปั๊มน้ำ และการให้บริการหลังการขายที่ไว้ใจได้ ในปัจจุบันหากเอ่ยถึงปั๊มน้ำ ปั๊มน้ำอัตโนมัติแล้วนั้น ยี่ห้อ ปั๊มน้ำ mitsubishi คือหนึ่งในบรรดายี่ห้อมาตรฐานที่ผู้ใช้ส่วนมากต่างแนะนำ เชื่อมั่นในคุณภาพ และมาพร้อมกับการบริการหลังการขายที่ยอดเยี่ยม

สั่งซื้อ ปั๊มน้ำอัตโนมัติ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
เว็บไซต์ : https://www.homepro.co.th/c/PLU06

14


เพราะว่าห้องน้ำมีความสำคัญไม่แพ้ห้องไหน ๆ ในบ้าน การใส่ใจเลือกเครื่องสุขภัณฑ์ โดยเฉพาะ “ชักโครก” หรือ โถส้วม” ที่สมาชิกทุกคนในบ้านต้องใช้งานทุกวี่วันให้ถูก ให้เหมาะสมกับผู้ใช้จึงเป็นขั้นตอนสำคัญที่ต้องใส่ใจไม่อาจละเลย

มาทำความรู้จักประเภทของสุขภัณฑ์
สุขภัณฑ์ หรือ ชักโครก นั้น มีอยู่หลากหลายลักษณะ แบ่งตามลักษณะการใช้งาน อาทิ แบบนั่งยอง นั่งราบ แบบชิ้นเดียว แบบสองชิ้น และแบบอัตโนมัติ ซึ่งแต่ละชนิดก็ล้วนมีลักษณะการใช้งาน มีข้อดี ข้อเสียที่แตกต่างกันออกไป
✔️ สุขภัณฑ์แบบนั่งยอง คือหนึ่งในประเภทของสุขภัณฑ์ที่หลายท่านคุ้นเคย ในปัจจุบันสุขภัณฑ์แบบนั่งยอง ยังถูกออกแบ่งออกเป็นอีก 3 ประเภทตามลักษณะของการใช้งาน เช่น สุขภัณฑ์นั่งยองแบบราดน้ำ แบบมีถังพักน้ำ และแบบฟลัชวาล์ว ทั้งนี้ สุขภัณฑ์ประเภทนี้ มีข้อดีคือทำความสะอาดง่าย แต่ทว่าก็มีข้อเสียเรื่องการใช้งานที่ไม่ค่อยสะดวกนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อบรรดาผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีปัญหาเรื่องกระดูกและกล้ามเนื้อ
✔️ สุขภัณฑ์แบบนั่งราบ เป็นโถส้วม หรือสุขภัณฑ์ที่ใช้กันแพร่หลายในปัจจุบัน มีจุดดีคือนั่งสะดวก ใช้งานง่าย เหมาะสมกับผู้คนทุกเพศทุกวัย และให้ความผ่อนคลายขณะใช้ได้อย่างแท้จริง
✔️ สุขภัณฑ์อัตโนมัติ นับว่าเป็นสุขภัณฑ์ที่มีจุดเด่นคือมีการนำนวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาปรับใช้เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกสบายให้กับผู้อยู่อาศัย ซึ่งสุขภัณฑ์ประเภทนี้จะมาพร้อมกับฟังก์ชั่นต่างๆ อาทิ ฟังก์ชั่นปรับอุณหภูมิที่รองนั่ง ฟังก์ชั่นชำระล้าง และเป่าแห้งแบบอัตโนมัติ ซึ่งในท้องตลาดปัจจุบันคุณสามารถเลือกซื้อสุขภัณฑ์ลักษณะนี้ได้ตามรูปแบบฟังก์ชั่นการใช้งานที่ต้องการ นอกจากเรื่องของประเภทสุขภัณฑ์ที่ต้องทราบรายละเอียดเพื่อใช้ในการตกลงใจเลือกสุขภัณฑ์หรือชักโครกตรงใจคุณแล้วนั้น ปัจจัยด้านลักษณะการติดตั้ง ขนาด-ความสูง ผิวสัมผัส และความสามารถในการประหยัดน้ำ ยังเป็นรายละเอียดปลีกย่อยที่สำคัญที่คุณต้องใส่ใจด้วยเช่นกัน
✔️ ชักโครกชนิดตั้งพื้น และแบบลอยตัว: ให้ความรู้สึกแตกต่างกัน โดยชนิดตั้งพื้นจะแลดูมั่นคงแข็งแรง ในขณะที่แบบลอยตัวนั้น มีความเรียบหรู ดูดี แต่ก็อาจเสียเปรียบกว่าในเรื่องราคาที่สูงกว่าและการซ่อมแซมดูแลรักษาที่ทำได้ยากกว่า
✔️ ขนาดและความสูงของโถสุขภัณฑ์: ขนาดและความสูงของชักโครกมีผลต่อความสะดวกสบายของการใช้งานแต่ละครั้ง สำหรับห้องน้ำมาตรฐานความสูงของชักโครกควรอยู่ที่ราว 17 นิ้ว เนื่องจากถือเป็นระดับที่ผู้ใช้จะใช้งานได้สะดวก ลุกนั่งได้สบาย
✔️ ผิวสัมผัส และการประหยัดน้ำ: ชักโครกที่ทำจากวัสดุผิวมันแววนั้นมีข้อดีที่การทำความสะอาดง่าย สิ่งสกปรกติดยาก เกิดคราบได้ยาก เหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้ ในปัจจุบันชักโครกหลากหลายรุ่นยังมีฟังก์ชั่นที่ช่วยเรื่องการประหยัดน้ำ ให้ผู้ใช้สามารถเลือกกดปริมาณน้ำต่อการชำระล้างในแต่ละครั้งได้

เลือกซื้อ สุขภัณฑ์ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
เว็บไซต์ : https://www.homepro.co.th/c/BAT11

15


เนื่องจากสนามหญ้าหน้าบ้าน คือพื้นที่สำคัญเพื่อการพักผ่อนหย่อนใจของสมาชิกทุกคนในบ้าน เป็นพื้นที่ที่มอบโอกาสให้คุณ ๆได้สัมผัสธรรมชาติ ปลดปล่อยอารมณ์ ลดความเครียด ความกังวลในจิตใจ ……การดูแลสนามหญ้าหน้าบ้านให้ดูดีเรียบร้อย การใช้เครื่องตัดหญ้าเล็มหญ้าเป็นประจำ การดูแลต้นไม้ดอกไม้ประดับ และหมั่นกำจัดศัตรูพืช ย่อมเป็นงานสำคัญที่ไม่ควรละเลย
การเลือกเครื่องตัดหญ้า
ในปัจจุบัน ผู้คนมากมายเลือกซื้อเครื่องตัดหญ้า โดยเฉพาะเครื่องตัดหญ้าไฟฟ้า และเครื่องตัดหญ้าไร้สายมาใช้งานแทนการว่าจ้างคนงานตัดหญ้าให้มาดูแล ทั้งนี้เพราะมีประโยชน์กว่าในเรื่องความคุ้มค่า อีกทั้งเครื่องตัดหญ้าในท้องตลาดปัจจุบันยังมีราคาถูก ๆ ใช้งานง่าย ดูแลรักษาง่ายๆ และมีตัวเลือกมากมายให้เลือกใช้ อาทิเช่น
เครื่องตัดหญ้าไฟฟ้า: เป็นเครื่องตัดหญ้าที่มีราคาไม่แพง ดูแลรักษาสะดวก และใช้งานง่ายกว่าเครื่องตัดหญ้าน้ำมัน นอกจากนี้เครื่องตัดหญ้าไฟฟ้าบางรุ่นยังถูกออกแบบให้เป็นเครื่องตัดหญ้าไร้สาย ที่คุณสามารถชาร์ตและนำใช้งานไปในบริเวณต่างๆ ได้ โดยไม่ต้องมีสายไฟรุงรัง และคอยจำกัดการใช้งาน

เครื่องตัดหญ้าแบบสะพายหลัง: เป็นเครื่องตัดหญ้าราคาถูกมากที่พบเห็นใช้กันส่วนใหญ่ ค่อนข้างเป็นที่นิยมเนื่องจากเครื่องตัดหญ้าประเภทนี้เป็น เครื่องตัดหญ้าไร้สาย ที่สามารถถือทำงานไปได้ในทุกๆ พื้นที่ อีกทั้งยังสามารถตัดหญ้าได้หลากหลายแบบ แม้แต่หญ้าทั่วไป ไปจนถึงหญ้ารกสูง หรือแม้แต่ในพื้นที่ป่าหญ้ารก

เครื่องตัดหญ้าแบบรถเข็น: ใช้งานสะดวกสบาย เหมาะสมกับพื้นที่สนามหญ้ากว้าง ตัวเครื่องมักมีส่วนกระบะเก็บเศษหญ้าอยู่แล้วในตัว ช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้ไม่ต้องมาคอยกวาดเศษหญ้าที่ตัดไว้ซ้ำอีกครั้งหนึ่ง

เครื่องตัดหญ้าแบบนั่งขับ: เหมาะสมกับภาคอุตสาหกรรมที่มีพื้นที่สนามหญ้ากว้างเป็นพิเศษ เช่น สนามกีฬา สนามกอล์ฟ รีสอร์ทหรือโรงแรม เป็นเครื่องตัดหญ้าที่สามารถทำงานได้รวดเร็ว และยาวนาน แต่มักมีราคาแพง และมีค่าบำรุงรักษาที่สูง

การดูแลสวนสวย
นอกจากการหมั่นตัดหญ้าเป็นประจำ โดยเลือกใช้เครื่องตัดหญ้าที่เหมาะสมกับสภาพงานแล้วนั้น หญ้าในบริเวณสนามหญ้าของท่านก็ควรได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด โดยวิธีการดูแลหญ้าก็แตกต่างกันไปตามแต่ละสายพันธุ์ของหญ้าที่คุณเลือกปลูก
ในปัจจุบันมีสายพันธุ์หญ้าที่นิยมกันทั้งหมด 4 ชนิด เช่น
✔️ หญ้านวลน้อย ที่สามารถปลูกได้กับทุกสภาพดิน เหมาะสำหรับสนามหญ้าที่โดนแดดจัด
✔️ หญ้ามาเลเซีย เหมาะสมกับพื้นที่ที่โดนแดดรำไรถึงจัด สามารถปลูกใต้ต้นไม้ใหญ่ ไม่ควรให้มีน้ำขัง
✔️ หญ้าญี่ปุ่น เป็นหญ้าที่แลดูสวยงามเพราะมีใบเล็ก ปลูกในพื้นที่แดดรำไร
✔️ หญ้าเบอร์มิวด้า หรือหญ้าแพรก เป็นหญ้าที่ทนร้อน ชอบแสงแดดจ้า เหมาะสมกับการปลูกกลางแจ้ง แต่ต้องดูแลบ่อย ด้วยเหตุว่าหญ้าขึ้นเร็ว เหมาะสมกับคนที่มีเวลาตัดหญ้า หากคุณเลือกปลูกหญ้าเบอร์มิวด้าก็ควรหาซื้อเครื่องตัดหญ้าดีๆ คุณภาพทนทานสำหรับใช้ดูแลสวนหย่อม หรือสวนหน้าบ้านให้สวยงามดั่งใจ

เลือกซื้อ เครื่องตัดหญ้า หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
Official Website : https://www.homepro.co.th/c/OUT0709

Pages: [1] 2 3 ... 7